ระเบียบข้อบังคับ
หมวดที่ 1
ชื่อ, ประเภทกิจกรรม, และที่ตั้งขององค์กรเกษตรกรอินทรีย์ลานนาไทย
ข้อ 1 ชื่อองค์กร, ที่ตั้ง องค์กร, กิจกรรม
ชื่อ องค์กรเกษตรกรอินทรีย์ลานนาไทย
ระเบียบข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับกับองค์กรเกษตรกรอินทรีย์ลานนาไทย
ที่ตั้ง เลขที่ 119 บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ 10 ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 54160
สาขา 1 / 10– 11 บ้านนาหม้อ ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ 54150
กิจกรรม ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ด้านเศรษฐกิจ, สังคม, วัฒนธรรม, สาธารณสุข
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
ข้อ 2 วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของสมาชิกทั้งในและนอกองค์กร
สร้างรายได้ให้แก่สมาชิก เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ ระหว่างประชาชนกับ
เจ้าหน้าที่ของรัฐและองค์กรเครือข่าย ให้เข้มแข็งมีศักยภาพในการขับเคลื่อนพัฒนาตนเองและสังคม
1.2 เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ และประสบการณ์ในการดำเนินงานพัฒนาชุมชน
1.3 จัดหาทุนและปัจจัยการผลิต รวมทั้งสิ่งของอย่างอื่นที่สมาชิกมีความต้องการ และเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ขององค์กรฯ
1.4 ส่งเสริมให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เดิม รวม ถึงการเรียนรู้ สิ่ง ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่องค์กรและชุมชน
1.5 รวบรวมผลิตภัณฑ์จากสมาชิกองค์กร เพื่อจัดการขาย หรือเพื่อขาย
1.6 ระดมเงินออมจากสมาชิก เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักประหยัดและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
1.7 จัดให้มีเงินกู้สำหรับสมาชิกตามข้อกำหนดอันสมควร
1.8 จัดให้มีร้านค้าสหกรณ์ขององค์กร
1.9 ให้จัดการสงเคราะห์และสวัสดิการแก่สมาชิกและครอบครัว ที่ต้องภัยพิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ หรือเหตุอื่นตามสมควร
หมวดที่ 3
สมาชิกภาพ
ข้อ 3 สมาชิกองค์กรเกษตรกร อินทรีย์ล้านนาไทย
สมาชิกองค์กร คือผู้ที่สนใจในวัตถุประสงค์ขององค์กรและได้สมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรถูกต้องตาม พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
3.1 คุณสมบัติของสมาชิกองค์กร
3.1.1 เป็นผู้มีสัญชาติไทย
3.1.2 เป็นเกษตรกรในเขต อำเภอลอง - อำเภอวังชิ้น
3.1.3 มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
3.1.4 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
3.1.5 ไม่เป็นโรคติดต่ออันน่ารังเกียจต่อสังคม
3.1.6 มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่ประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม
3.1.7 เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต
3.1.8 ไม่เป็นผู้ที่ติดสิ่งเสพติดและติดสุราเรื้อรัง
3.1.9 ไม่เป็นผู้ติดการพนัน
3.1.10 ไม่เป็นผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
3.1.8 สมาชิกสมทบคือ บุคคลภายนอกองค์กร สามารถเป็นสมาชิกสมทบได้ จะต้องมีคุณสมบัติ
ไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อ 3.1.1 – 3.1.10 ทั้งนี้จะต้องมีหนังสือรับรองจากสมาชิกในองค์กร
อย่างน้อย 3 คน และได้รับอนุมัติจากที่ ประชุม คณะกรรมการของ องค์กรฯ อินทรีย์ล้านนาไทย
3.2 ว่าด้วยการสมัครเป็นสมาชิกองค์กร
3.2.1 ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 3 และข้อ 3.1.1 – 3.1.10
3.2.2 ยื่นใบสมัครตามแบบของกองทุนฟื้นฟูฯ
3.2.3 คณะกรรมการลงมติรับเข้าเป็นสมาชิกองค์กร
3.2.4 กองทุนฟื้นฟูฯ ตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นสมาชิกองค์กรอื่นหรือไม่
3.2.5 กองทุนฟื้นฟูฯ รับรองไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรอื่นจึงเป็นสมาชิกองค์กรอินทรีย์ล้านนาไทยได้
3.2.6 สมาชิกสมทบสมัครเป็นสมาชิกได้โดยใช้แบบขององค์กรฯ อินทรีย์ล้านนาไทย และจะต้อง
มี คุณสมบัติ ตามระเบียบข้อ 3.1 ทุกข้อ
3.3 ว่าด้วยการเป็นสมาชิกและเสียค่าบำรุง
สมาชิกองค์กรฯ ไม่ต้องเสียค่าบำรุง เว้นแต่ได้มีมติเสียงส่วนใหญ่จากการประชุมสามัญประจำปี
ให้ เปลี่ยนระเบียบข้อบังคับเป็นอย่างอื่น
3.4 ว่าด้วยการพ้นจากการเป็นสมาชิกภาพขององค์กรฯ
3.4.1 ตาย
3.4.2 ลาออก
3.4.3 ให้ร้ายและ หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่องค์กรอย่างร้ายแรง และมีมติจากคณะกรรมการสามในสี่ ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกองค์กร
3.4.4 เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
3.4.5 ขาดคุณสมบัติตามระเบียบข้อ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง
3.5 ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
3.5.1 สมาชิกองค์กรฯสามัญ มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการดำเนินงานขององค์กรซึ่งหมด
วาระลง หรือ ลาออก หรือเสียชีวิต หรือด้วยสาเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ต้องออก
3.5.2 สมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสมทบที่มีหุ้นอยู่ในองค์กร มีสิทธิลงคะแนนเลือกกรรมการ
3.5.2 สมาชิกมีสิทธิเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการ เกี่ยวกับกิจการ ภายในขอบเขต แห่ง
วัตถุประสงค์ขององค์กร
3.5.3 สมาชิกต้องเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง
3.5.4 สมาชิกต้องให้ความร่วมมือ สนับสนุน ปฏิบัติตาม ข้อบังคับขององค์กร
3.5.5 สมาชิกมีสิทธิได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่น จากองค์กร ตามความเหมาะสมของกิจกรรม
ที่ มีมติคณะกรรมการ 3 ใน 4 เห็นชอบ
หมวดที่ 4
กรรมการองค์กรฯ
ข้อ 4 ว่าด้วยวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการ และคุณสมบัติ
4.1 กรรมการองค์กรฯ ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 3.1.1 - 3.1.10 กรรมการมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
หลังจากนั้นจะต้องเลือกกรรมการใหม่เข้ามาบริหาร ทั้งนี้กรรมการคนเดิมไม่สามารถดำรงตำแหน่งเกิน
2 วาระติดต่อกัน และพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุต่อไปนี้
4.1.1 ตาย
4.1.2 ลาออก
4.1.3 ขาดการประชุมเกิน 3 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
4.1.4 ให้ร้ายและ หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่องค์กรอย่างร้ายแรง และมีมติจากคณะกรรมการสามในสี่
ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกองค์กร
4.1.5 ขาดคุณสมบัติตามระเบียบข้อ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง และไม่เป็นสมาชิกสมทบ
4.2 ว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของกรรมการ
4.2.1 กรรมการมีสิทธิและหน้าที่เลือกประธานองค์กร
4.2.2 กรรมการมีสิทธิและหน้าที่ออกเสียงสนับสนุนหรือยับยั้งการดำเนินกิจกรรมใดๆ ขององค์กรใน
ระดับนโยบาย ที่จะเป็นประโยชน์ หรืออาจก่อความเสียหายต่อองค์กร
4.2.3 กรรมการมีสิทธิและหน้าที่สรรหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานหรือเป็นที่ปรึกษา
เพื่อให้องค์กร เจริญก้าวหน้า
4.2.4 กรรมการมีสิทธิและหน้าที่ไต่สวนหาข้อเท็จจริงทุกกรณีย์ที่เกี่ยวกับงานบริหารจัดการในองค์กร
4.2.5 กรรมการมีสิทธิและหน้าที่ แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานในกรณีย์มีผู้ก่อความเสียหายแก่
องค์กรและสมาชิก
หมวดที่ 5
ทุน
ข้อ 5 ที่มาของทุน
องค์กรอาจหาทุนเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
5.1 ออกหุ้น
5.2 รับฝากเงินจากสมาชิก หรือ องค์กรอื่น
5.3 กู้ยืมเงิน และรับเงินจากกองทุนอื่น
5.4 สะสมทุนสำรอง และทุนอื่น
5.5 ขอรับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สิน ที่มีผู้ยกให้ หรือให้การสนับสนุนงบประมาณ
หมวดที่ 6
การดำเนินงาน
เพื่อมุ่งหวังให้สมาชิกองค์กรมีการประกอบอาชีพที่ยั่งยืนในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก และชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ การผลิต การจำหน่าย การลงทุน การแปรรูป การจัดการให้บริการข้อมูลสารสารสนเทศ ข่าวสารการตลาด ตลอดจนการช่วยเหลือสมาชิกองค์กร โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เข้าอบรม ดูงานในเรื่องที่สนใจ และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในที่สุด และพ้นจากความยากจน
6.1 การจำหน่ายผลผลิตของสมาชิก
ต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาด มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนารูปแบบและ
วิธีการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ตรงตามที่ตลาดต้องการ
6.2 การรับฝากเงิน
กลุ่มรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์จากสมาชิก
6.3 การให้กู้เงิน
1. ให้สมาชิกกลุ่มกู้ยืมเงิน
2. ให้กองทุนอื่นกู้ยืมเงิน
3. สมาชิกแต่ละคนที่กู้ยืมเงินต้องรับผิดชอบในหนี้สินของตนหากไม่ปฏิบัติตามข้อระเบียบ หรือข้อความในสัญญากู้เงินและการค้ำประกันกลุ่มสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้
6.4 การเงินการบัญชี
ให้เหรัญญิกกลุ่มจัดทำบัญชีตามแบบและรายการที่ถูกต้องตามหลักการบัญชี และเอกสาร
ประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานกลุ่ม
6.4.1 ให้องค์กรจัดทำงบดุลตามรอบระยะบัญชี 12 เดือน
6.4.2 วันสิ้นปีทางบัญชีของกลุ่ม สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน ของทุกปี
6.4.3 ให้คณะกรรมการองค์กรแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ปีละ 1 ครั้ง ในรอบระยะบัญชี 12 เดือน
6.5 การเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่
ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนองบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและรับรองแล้วเพื่ออนุมัติ
ใน ที่ประชุมใหญ่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
6.6 การเงินของกลุ่ม
การรับจ่ายและการรักษาเงิน ขององค์กรต้องอยู่ในความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจลงนามที่ได้รับมติจากที่ประชุม จำนวน 3 คน การเบิกถอน ต้องใช้จำนวน 2 ใน 3 ประกอบด้วย
1. ประธานองค์กรฯ
2. รองประธานคนที่ 1
3.รองประธานคนที่ 2
การเก็บรักษาเงินสดในมือ ได้ไม่เกิน 2,000.- บาท และจะต้องส่งคืนเข้าบัญชี ขององค์กร ภายใน 30 กันยายน ของทุกปี
การทำรายงาน ให้ทำรายงาน เงินคงเหลือประจำวัน เมื่อมีการใช้จ่ายเงินสดในมือ และรายงาน
เงินคงเหลือประจำเดือน นำเสนอที่ประชุมเพื่อทราบ ทุกเดือน
หมวด 7
กำไรสุทธิประจำปี
7.1 การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี
เมื่อสิ้นปีทางบัญชีและได้ปิดบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี ที่รับรองโดยผู้ตรวจสอบบัญชีกลุ่มแล้ว ปรากฏว่ากลุ่มมีกำไรสุทธิ ให้จัดสรรดังนี้
7.1.1 เงินปันผลหุ้น 15 %
7.1.2 เงินปันผลเงินออมทรัพย์ 20 %
7.1.3 เงินเฉลี่ยคืนเงินกู้ 10 %
7.1.4 เงินค่าตอบแทนผู้จัดทำบัญชี 5 %
7.1.5 เงินค่าตอบแทนคณะกรรมการ 20 %
7.1.6 เงินทุนสำรองกลุ่ม 10 %
7.1.8 เงินทุนสวัสดิการสมาชิก 5 %
7.1.9 เงินค่าวัสดุสำนักงาน 5 %
7.1.10 ค่าใช้จ่ายในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 10 %
เงินจัดสรรข้อใดหากไม่มีการใช้จ่ายเงิน ให้นำสมทบเข้าเป็นทุนในบัญชีกลุ่มฯ ทุกปี
บทเฉพาะกาล
ข้อ 1. หากยังไม่มีสมาชิกกลุ่มเป็นผู้รับรองในเวลาเริ่มก่อตั้ง ให้กรรมการกลุ่มผู้ก่อตั้งกลุ่มเป็นผู้รับรอง
ผู้ เข้าเป็นสมาชิกได้
ข้อ 2. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะดำเนินการในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง
เพื่อยึดถือ และ ปฏิบัติตามระเบียบ
ข้อ 3. เวลาทำงานขององค์กร วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 17.00 น.
หยุดทำการวันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันสำคัญตามปฏิทิน
ข้อ 4. คณะกรรมการจะต้องเข้าร่วมประชุมทุกวันที่ 5 ของเดือน จำนวน 1 ใ น 2 ของจำนวนกรรมการ
จึงครบองค์ประชุม
ข้อ 5. หากองค์กรฯ มีผลกำไรและมีสวัสดิการมากขึ้น สามารถขอเบิกจ่ายค่าน้ำมันรถในการเข้าร่วม
กิจกรรมระดับ อำเภอ จังหวัด ต่างจังหวัด ให้คิดในอัตรา กิโลเมตรละ 1.50.- บาท
สำหรับรถยนต์ และในอัตรากิโลเมตร ละ .75 สตางค์ สำหรับมอเตอร์ไซด์ โดยให้ใช้จ่ายเงิน
อย่างประหยัด และเหมาะสม ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้สมทบเงินส่วนตัว
(ยกเว้นค่าลงทะเบียนในการเข้าร่วมประชุม เบิกจ่ายตามจริง)
ทั้งนี้ตั้งแต่ วันที่ 25 เดือน มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป
(นายมานะ ศรีวะรมย์)
ประธานองค์กรเกษตรกรอินทรีย์ล้านนาไทย